MTB SOCIETY: สังคมดี มีสาระ สำหรับเพื่อนนักปั่น
พฤษภาคม 21, 2012, 06:39:13 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ข่าวประชาสัมพันธ์
MTB SOCIETY: สังคมดี มีสาระ สำหรับเพื่อนนักปั่น
เป็นเว็บสำหรับคนรักการปั่นจักรยาน
แต่ก็เป็นเว็บน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่วัน ยังไงก็ขอฝากทุกท่านด้วยครับ
ระบบการทำงานอาจจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ 100% แต่ก็จะทำการแก้ไขเสร็จในไม่ช้านี้ครับ
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กระโหลก กับเรื่องชวนปวดกระโหลก  (อ่าน 239 ครั้ง)
admin
Administrator
Newbie
*****

คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์



Level 3 : Exp 27%
HP: 0%

กระทู้: 16

คะแนนถูกใจ
-ถูกใจคนอื่น: 0
-มีคนถูกใจ: 0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2011, 11:35:45 pm »

กระโหลก กับเรื่องชวนปวดกระโหลก      
 

กระโหลก (bottom bracket , BB)   เป็นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อนจักรยาน  มีหน้าที่เป็นแกนหมุนของชุดขาจาน  ก่อนที่เราจะกล่าวลึกเข้าไปในรายละเอียด   ผมขอพาไปรู้จักกับคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนดีกว่านะ

BB shell คือ ส่วนของเฟรมจักรยานที่เราขันกระโหลกเข้าไป โดยส่วนของBB shell   จะถูกtapเกลียวไว้ เพื่อสำหรับขันฝาปิดกระโหลก
BB cupหรือ ฝาปิดกระโหลก   โดยจะมีเกลียวเป็นลักษณะเกลียวตัวผู้ที่พอดิบพอดีกันกับBB shell   ทั้งเส้นผ่าศูนย์กลาง,ระยะเกลียว และทิศของเกลียว  BB cup จะมีด้วยกัน 2 ด้าน   คือ ด้านซ้ายและด้านขวานั่นเอง
BB spindle หรือ แกนกระโหลก
เอาหละเรามาวกเข้ามาเรื่องของกระโหลกกันดีกว่าครับ   การที่เราจะซื้อกระโหลกตัวใหม่มาเปลี่ยนแทนตัวเก่านั้น   เราต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง
BB spindle   มีสิ่งที่ต้องทราบอยู่ 2 ประการคือ
ความยาวของแกนกระโหลก ซึ่งมีอยู่มากมายหลายขนาด ได้แก่ 103 , 107 , 110 , 113   , 116 , 118 , 120 , 122 mm ดูแล้วช่างหลากหลายจริงๆ   แต่ที่เราคุ้นเคยกันนั้นคงจะเป็นขนาด 107 , 110 และ 113 mm เสียมากกว่า   เพราะว่าเป็นขนาดที่ทำออกมาใช้กับชุดขาจานในรุ่นบนๆ ส่วนความยาวที่เหลือนั้น   มักจะเป็นรุ่นเฉพาะที่ทำออกมาสำหรับชุดขาจานเฉพาะรุ่นนั้นๆไป

ความยาวของแกนกระโหลกมีผลต่อจักรยานอย่างไร ?
ถ้าเอากระโหลกมาดู จะพบว่าแกนกระโหลกทั้ง 2ด้านนั้นมีความยาวไม่เท่ากัน   โดยด้านขวาซึ่งเป็นด้านที่จะใส่ชุดขาจานและใบจานหน้า หรือเรียกว่า drive side   จะยาวกว่าทางด้านซ้ายเสมอ   เพราะว่าจะถูกออกแบบมาเผื่อสำหรับชุดใบจานหน้าซึ่งมีความหนามากกว่า   ขาจานด้านซ้าย(ซึ่งไม่มีอะไรมาเกะกะ) ความยาวรวมของแกนกระโหลกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง   ก็จะมีผลทำให้ความยาวของแกนทั้ง2ด้านเพิ่มขึ้น หรือ ลดลงตามส่วนด้วย

การที่แกนกระโหลกยาวขึ้นจะมีผลทำให้ชุดใบจานหน้าและขาจานขยับตัวออกมาห่างจากเฟรมมากขึ้น   และในทางกลับกันถ้าแกนกระโหลกสั้นลง   ชุดใบจานหน้าและขาจานก็จะขยับตัวเข้าใกล้กับเฟรมมากขึ้น   จึงมีคำที่ช่วยในการอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นไปอีก คำนั้นก็คือคำว่า"chain   line" จริงๆแล้วคำว่าchain line เป็นคำที่มีความหมายค่อนข้างหลากหลาย   ทั้งในแง่ของผู้ผลิตอย่างshimano ก็ให้ความหมายแบบหนึ่ง ในแง่ของmanual   ก็ให้อีกความหมายหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วล้วนแต่มีความหมายตรงกันทั้งสิ้น   เรามาทำความเข้าใจกันอย่างง่ายๆดีกว่านะครับ

Chainline   คือเส้นที่ลากจากจุดกึ่งกลางของชุดใบจานหน้าไปยังจุดกึ่งกลางของชุดเฟืองหลัง   โดยถ้าเป็นชุดจานหน้า3ใบกับเฟืองหลัง9ใบ   ก็จะหมายถึงเส้นที่ลากจากจานกลางไปยังเฟืองของเกียร์5นั่นเอง

ตามทฤษฎีแล้ว แนวchainlineควรจะขนานกับแนวฐานล้อของจักรยาน   ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของชุดเกียร์ทั้งจานหน้าและเฟืองหลัง   สามารถทำงานได้ครบถ้วน โดยที่โซ่ไม่ได้บิดตัวเบี่ยงเบนไปมากนัก   จึงมีการวัดระยะchainlineเพื่อใช้อ้างอิง โดยจะวัดจากกึ่งกลางของท่อนั่ง(seat   tube)ไปยังยอดของใบจานกลาง


 

จักรยานเสือภูเขามาตรฐานที่มีดุมหลังกว้าง135mm   และไม่มีการการบิดของเฟรม    ระยะChainlineที่จะทำให้แนวของchainlineขนานกับแนวฐานล้อ   จะมีค่าประมาณ 47.5 mm

ส่วนจักรยานเสือหมอบที่มีดุมหลังกว้าง130mm    ระยะChainlineที่จะทำให้แนวของchainlineขนานกับแนวฐานล้อ   จะมีค่าประมาณ 45 mm



สำหรับshimanoนั้น มักจะทำกระโหลกสำหรับจักรยานเสือภูเขาที่มีความยาวให้เลือก   2 ขนาด เช่นกระโหลกแบบTapered BB-UN72 จะมีความยาวแกนกระโหลกให้เลือก 2   ขนาดคือ 110 และ 113 mm โดยถ้าใช้กระโหลกแกนยาว 110 mm จะได้ระยะchainline   เท่ากับ 47.5 mm แต่ถ้าใช้กระโหลกแกนยาว 113mm จะได้ระยะchainlineเพิ่มขึ้นเป็น   50 mm ( สำหรับกระโหลกแบบSplined BB-ES70 จะมี 2 ช่วงความยาวคือ 113 และ   118mm ซึ่งจะให้ระยะchainline 47.5 และ 50.0mm ตามลำดับ)

คำถามก็คงจะผุดขึ้นมาในใจหละสิว่า ทำมาทำไม? เพราะเมื่อใช้แล้วchainlineก็จะเบนออกมาจากเดิม?   คำตอบมันมีอยู่ในตัวของมันเอง คือ   จักรยานเสือภูเขานั้นมีความหลากหลายในเรื่องของchain stayหรือตะเกียบโซ่   รถบางค่ายมีตะเกียบโซ่ใหญ่และหนาแถมยังกางอ้าออกมาอีก โดยเฉพาะพวกfull   suspensionที่มีmain pivotหรือจุดหมุนหลักอยู่ด้านล่าง ซึ่งถ้าหากใช้แกนกระโหลก110mm   อาจจะทำให้ขาจานหรือชุดใบจาน อยู่ชิดกับchain stayมากเกินไป   ถ้าหากมีการบิดตัวของขาจานหรือของchain stay ก็อาจจะเกิดการกระทบกันได้   จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยอมขยับระยะchainlineออกมาจากเดิมอีก2.5mm   ซึ่งระยะดังกล่าวไม่ได้มีผลมากมายนักต่อการทำงานของชุดเกียร์หลักๆ   เพียงแต่ในตำแหน่งจานหน้าเล็กสุด   และเฟืองเกียร์หลังใหญ่สุดหรือตำแหน่งเกียร์1-1    แนวโซ่อาจจะเบี่ยงตัวไปมากกว่าปกติบ้าง   ในขณะที่การทำงานของชุดจานหน้าในการลดจานจากใบจานกลางลงมาใบจานเล็กยังอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้

( ในรถที่chain stayไม่ได้ใหญ่นัก ก็สามารถใช้กับกระโหลกแกนยาว110mmได้อย่างสบาย   แต่ถ้าเป็นรถที่chain stay เล็กๆ เช่น พวกที่ทำมาจากโครโมลี่ ก็อาจจะใช้แกนกระโหลกยาวเพียง107mmได้อย่างสบายๆ   โดยที่ระยะchainline แทบจะไม่ได้ลดลงมาเลยด้วยซ้ำ   เพราะแกนทางด้านซ้ายมันหดเข้ามาในสัดส่วนที่มากกว่าทางด้านขวาครับ )

ในความคิดเห็นของผมแล้ว   สำหรับชุดขับเคลื่อนมาตรฐานทั่วไปถ้าหากไม่มีปัญหาเรื่องระยะห่างระหว่างขาจานกับchain   stayแล้ว กระโหลก107หรือ110mm ก็น่าจะลงตัวที่สุดแล้ว เพราะจะได้ระยะchainlineที่เหมาะสมที่สุด

ลักษณะส่วนปลายของแกนกระโหลก ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ คือ
Tapered square blockซึ่งเป็นแบบที่เราคุ้นเคย และพบเห็นได้ทั่วๆไป

 

Splined block ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 2   มาตรฐาน คือ
Shimano type ส่วนปลายจะเป็นร่องหยักและสัน จำนวน 8   ร่อง  ในครั้งแรกนั้นได้พัฒนามาใช้กับอุปกรณ์ขับเคลื่อนในชุดXTR (BB-M952)   ต่อมาในปี2000จึงได้พัฒนามาใช้กับกระโหลกในรุ่นรองลงมา(BB-ES70)   แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้

 


 

มาตรฐานที่ทางTruvative, RacefaceและChrisKing   ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นมาจะมีลักษณะคล้ายกับของShimano   แต่จะมีจำนวนร่องและสันมากกว่า คือ 10 ร่อง

ทั้งกระโหลกแบบTapered และSplinedนั้น   ต้องใช้ร่วมกับชุดขาจานที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยเฉพาะแบบsplinedนั้น   ต้องเลือกใช้ในถูกยี่ห้อและรุ่นด้วย ทั้งนี้โปรดอ่านเพิ่มเติมจากกระทู้   Bottom Bracket แบบ Splined & Tapered โดยคุณDen (18/07/2000)   จากคอลัมน์"ถามๆตอบๆ 1" ซึ่งได้อธิบายถึงความแตกต่างและข้อดีของกระโหลกทั้ง 2   แบบนี้ไว้อย่างละเอียด


BB shell width  หรือความกว้างของเฟรมในส่วนที่ขันกระโหลกเข้าไป   จะมีค่าอยู่ด้วยกัน 3 ขนาดคือ 68 ,70 และ73 mm โดยทั่วๆไปแล้วเฟรมที่ถูกผลิตมาจากโรงงานทางไต้หวันส่วนใหญ่จะมีBB   shell กว้าง68mm ในขณะที่รถที่ผลิตจากอเมริกาส่วนใหญ่ เช่น Klein , Gary   Fisher ,Trek (รุ่นสูงๆ) ฯลฯ จะมีBB shell กว้าง 73 mm ในขณะที่บางยี่ห้อใช้BB   shell กว้าง 68 mm ( สำหรับMTBแล้ว ขนาดของBB shell กว้าง70 mm   ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก ) อยากจะรู้ว่ากว้างเท่าไรก็ไม่เห็นจะยากเลยนี่ครับ   วัดซะก็หมดเรื่อง

แล้วทำไมต้องทำให้BB shell กว้างแตกต่างกัน?
เป็นเพราะความแตกต่างกันในแง่ของการออกแบบรูปร่าง และลักษณะของchain stay    คือ ถ้าchain stay อวบอ้วนมาก เมื่อนำมาเชื่อมกับBB shell ถ้าหากBB shell   กว้างไม่พอ ก็จะดูไม่สวย หรือล้นออกมาทางด้านข้างได้   และสิ่งหนึ่งที่ทางผู้ผลิตคิดไว้ในใจก็คือ BB shell   ที่กว้างกว่าย่อมจะทำให้เฟรมนั้นstiffและแข็งแรงกว่า

โดยทั่วไปแล้วกระโหลกมาตรฐานที่ผลิตออกมาขายกันในท้องตลาด เช่นShimano   ส่วนของBB cupด้านขวาจะเป็นfixed BB cup คือจะติดแน่นกับส่วนของตัวกระโหลกเองและจะมีลักษณะเป็นบ่า   เพื่อที่เวลาขันเข้าไปในBB shell จนสุดแล้วจะได้ระยะchainlineตามที่ทางโรงงานผู้ผลิตต้องการ  ส่วนBB   cupด้านซ้ายจะไม่ได้เป็นชิ้นเดียวกับตัวกระโหลก   แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดความตึงในการขันยึดกระโหลกเข้ากับBB shell       ซึ่งBB cupด้านซ้ายนี้จะเรียกว่าเป็นแบบadjustable BB cup   ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงจะต้องผลิตกระโหลกสำหรับBB shell ที่กว้างแตกต่างกันด้วย   เพราะการนำเอากระโหลกที่ทำมาสำหรับBB shell 68 mm มาใช้กับเฟรมที่มี BB shell   73 mm ขาจานด้านขวาและชุดใบจานจะขยับออกมาจากเฟรม(ระยะchainlineขยับออกไปจากนอกรถหรือระยะchainlineเพิ่มขึ้น)   ส่วนขาจานด้านซ้ายจะขยับเข้าไปชิดเฟรมมากขึ้น     จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริโภคที่จะต้องเลือกกระโหลกที่เหมาะสมและถูกต้องกับBB   shellของจักรยานตัวเอง  ซึ่งวิธีง่ายที่สุดคือวัดความกว้างของBB shellของเฟรม

แต่สำหรับกระโหลกบางยี่ห้อที่มีBB cup เป็นแบบadjustable BB cup ทั้ง 2 ด้าน   เช่น RaceFace จะสามารถปรับใช้ได้กับBB shellหลายๆขนาด   ในกรณีที่จะเลือกใช้กระโหลกที่มีadjustable   BB cupทั้ง 2 ด้าน ผู้ติดตั้งเองจะต้องวัดระยะchainlineให้ถูกต้องด้วย

ลำพังแค่นี้ เวลาไปเลือกซื้อกระโหลก ก็ต้องเลือกให้ถูกทั้งความยาวแกน คือ   จะเอา 110 หรือ 113 mm แล้วยังจะต้องเลือกให้ถูกต้องกับ BB shell อีก   ว่าจะกว้างเท่าไหร่ 68 หรือ 73 mm หรือว่าจะเจอ 70mm   ก็คงแล้วแต่จะเลือกซื้อกันนะครับ ขอให้ถูกต้องกับรถที่ใช้ก็แล้วกัน


เกลียวกระโหลก  เกลียวของBB cup   แต่ละด้านนั้นจะต้องมีลักษณะที่เข้ากันได้กับเกลียวของBB shellจึงจะสามารถขันเข้าไปได้
ลักษณะของเกลียว
ขนาดของเกลียว
เส้นผ่าศูนย์กลางของเกลียว จะถูกกำหนดจากเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก(outer   diameter , OD.)ของเกลียวตัวผู้หรือ สกรูนั่นเอง   โดยจะกำหนดเป็นค่าตามทฤษฎีหรือที่เรียกว่าnominal OD. ซึ่งถ้าหากวัดจริงๆactual   OD.ก็จะมีค่าน้อยกว่ากันเล็กน้อย   เนื่องจากขั้นตอนในการทำเกลียวจะต้องมีการสึกหรอของเนื้อโลหะไปบ้าง เช่น   nominal OD. = 35.0 mm วัดจริงอาจจะได้ 34.6 - 34.9 mm เป็นต้น   ซึ่งอาจจะใช้หน่วยเป็นนิ้วหรือmetric แล้วแต่ทางผู้ผลิต
ระยะเกลียว (pitch) กรณีที่ใช้หน่วยเป็นนิ้ว   จะเขียนเป็นจำนวนเกลียวในระยะ1นิ้ว เช่น 24tpi (threads per inch)   พูดง่ายๆคือ เกลียวยาว1นิ้วจะมีร่องเกลียว24ร่อง (ถ้าหมุนรอบตัวเอง24รอบ   สกรูตัวนั้นก็จะขยับออกไป1นิ้ว) หรือ อาจจะใช้หน่วยmetric   โดยจะเขียนเป็นระยะเกลียวเลย เช่น 1mm   พูดง่ายๆคือว่าแต่ละเกลียวจะมีระยะห่างกัน 1 mm นั่นเอง
ขนาดของเกลียวจะถูกเขียนให้เข้าใจตรงกัน ดังตัวอย่าง เช่น

1.37" x 24tpi หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 1.37นิ้ว   มีระยะเกลียวเท่ากับ 24 เกลียวต่อนิ้ว
M35 x 1mm หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 35mm   มีระยะเกลียวแต่ละเกลียวห่างกัน 1 mm
M36 x 24tpi หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 36mm   มีระยะเกลียวเท่ากับ 24 เกลียวต่อนิ้ว เป็นต้น
 


 


 

ทิศของเกลียว(thread direction)   มีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
เกลียวขวา (right-hand thread , RH. thread)   เป็นทิศของเกลียวที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน   โดยสกรูจะเดินหน้าเข้าไปเมื่อหมุนในทิศตามเข็มนาฬิกา   และจะถอยออกมาเมื่อหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา   เมื่อนำสกรูมาดูในแนวตั้งจะเห็นว่าลักษณะของเกลียวจะเอียงลาดขึ้นไปทางด้านขวา   ดังรูป

 


 

เกลียวซ้าย (left-hand thread , LH.   thread) เป็นทิศของเกลียวที่กลับทางกันกับเกลียวขวา คือ   สกรูจะเดินหน้าเข้าไปเมื่อหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา   และจะถอยออกมาเมื่อหมุนในทิศตามเข็มนาฬิกา   เมื่อนำสกรูมาดูในแนวตั้งจะเห็นว่าลักษณะของเกลียวจะเอียงลาดขึ้นไปทางด้านซ้าย   เกลียวซ้ายจะถูกนำมาใช้กับชิ้นงานที่มีลักษณะเฉพาะ   ซึ่งผู้ผลิตจะต้องบอกเอาไว้ในคู่มือเสมอ ดังรูป
 


 

วกเข้ามาเรื่องของเกลียวกระโหลกกันสักทีนะครับว่ามันมีลักษณะอย่างไร?
เกลียวกระโหลกของจักรยานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายมาตรฐานทีเดียว   เรามาดูกันนะครับว่าแต่ละมาตรฐานนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง
BSC(British Standard Cycle) ขนาดเกลียว 1.370" x 24tpi
ISO(International Standard Organization)ขนาดเกลียว 1.375" x 24tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย   *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9   mm.     และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง   33.6-33.9mm.
ในทางปฏิบัติจริงๆแล้ว มาตรฐานทั้ง2แบบนี้ จะมีขนาดเท่ากัน นอกจากนี้ยัง   เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานทุกๆคันที่ผลิตออกมาจากประเทศในเอเซีย   รวมไปถึงจักรยานส่วนใหญ่ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา   รวมไปถึงจักรยานส่วนใหญ่ที่ผลิตมาจากประเทศต่างๆ และยังรวมไปถึงกระโหลกไต้หวันหรือญี่ปุ่นทุกๆอันที่ผลิตออกมาโดยไม่บ่งบอกชนิดของเกลียว   และเป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้ในจักรยานเสือภูเขาแทบทุกยี่ห้อ   ซึ่งทางShimanoจะใช้รหัสว่า BC 1.37 x 24" ในบางยี่ห้ออาจจะใช้รหัสว่า BC   1.370 x 24tpi
Italian ขนาดเกลียว M36 x 24tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา และฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวขวาด้วย   *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 35.6-35.9   mm.     และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง   34.6-34.9mm.
ใช้กับจักรยานแทบทุกยี่ห้อที่ผลิตในอิตาลีโดยเฉพาะจักรยานถนน   และจักรยานถนนบางยี่ห้อของอเมริกาที่ส่งไปขายยังอิตาลีและยุโรป   นอกจากนี้ยังใช้กับจักรยานบางยี่ห้อที่ผลิตในเมกซิโก
กระโหลกจะใช้รหัสว่า IT M36 x 24" หรือ IT M36 x 24tpi
Swiss ขนาดเกลียว M35 x 1mm
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย   *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9   mm.     และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง   33.6-33.9mm.
เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานที่ผลิตในฝรั่งเศสตั้งแต่ปลายช่วงยุค70   (1961-1970) จนถึงช่วงกลางยุค80 (1971 - 1980)
French ขนาดเกลียว M35 x 1mm
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา และฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวขวาด้วย   *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9   mm.     และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง   33.6-33.9mm.
เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานที่ผลิตในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงกลางยุค80เป็นต้นมา   ซึ่งจะเห็นว่าจะมีขนาดเดียวกันกับเกลียวSwiss   แต่จะต่างกันที่ทิศเกลียวของฝาปิดกระโหลกด้านขวาเท่านั้น
Whitworth ขนาดเกลียว 1-3/8" x 26tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย   *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9   mm.     และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง   33.6-33.9mm.
เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานราคาไม่แพงบางยี่ห้อในประเทศอังกฤษ   โดยเฉพาะยี่ห้อที่มี 3 speeds และ 10 speeds
 



 

ตัวอย่างสำหรับฉลากของกระโหลกของShimano   ที่บอกให้ทราบว่า เป็นกระโหลกรุ่น ES-70 ใช้กับBB shellกว้าง68mm , BB   cupเป็นเกลียวมาตรฐานBSC , แกนยาว 113 mm   และบอกว่าด้านใดเป็นด้านขวาหรือซ้าย


 

สำหรับกระโหลกแบบTaperedนั้น   จะตอกตัวเลขบอกความยาวของแกนกระโหลกไว้


ขอขอบคุณบทความดีๆจาก:  http://www.bikeloves.com/webboard/00169.shtml
บันทึกการเข้า

เพิ่มแท๊ก: กระโหลก chain line BB-UN72 shimano bottom bracket 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.1 © 2008-2009, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 27 คำสั่ง (Pretty URLs adds 0.008s, 2q)

Google visited last this page เมื่อวานนี้ เวลา 12:49:09 pm